BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY

BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY
สารบัญบทความ

ใครหลาย ๆ คนก็คงรู้จัก สกุลเงินดิจิทัล หรือ CRYPTOCURRENCY อย่าง BITCOIN ( บิตคอยน์ ) กันมาบ้างแล้ว เนื่องจากกระแสของ BITCOIN ในช่วงปี ค.ศ. 2021-2022 นั้นมาแรงมาก ๆ สื่อหลายแห่งก็พากันทำข่าวเรื่องนี้ และมีหลาย ๆ คนที่เริ่มหันมาลงทุนเกี่ยวกับ BITCOIN มากขึ้น

BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY

BITCOIN คืออะไร?

BITCOIN (บิตคอยน์) หรือ BTC คือสกุลเงินสกุลแรกในโลกดิจิทัล ที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ CRYPTOCURRENCY ( คริปโตเคอร์เรนซี ) โดยผู้ที่สร้างมันขึ้นมาใช้ชื่อว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ ( SATOSHI NAKAMOTO ) ซึ่งการจะทำธุรกรรมด้วย BITCOIN จะต้องทำผ่าน ระบบบล็อกเชน ( BLOCKCHAIN ) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อตรวจสอบรายการ การเดินทรัพย์สินดิจิทัล และยืนยันว่าได้เกิดรายการนั้น ๆ ขึ้นจริง

ความจริงแล้ว BITCOIN ไม่ได้พึ่งเกิดมาในปีหรือสองปีนี้ แต่มันกำเนิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 ซึ่งในช่วงนั้นหากไม่ใช้นักธุรกิจ หรือนักลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจดิจิทัล จะไม่มีทางรู้จักมันเลย เพราะกระแสที่ออกมานั้นเงียบมาก ทำให้ในตอนนั้นมูลค่าของมัน มีไม่ถึง 1 บาทด้วยซ้ำ เคยมีคนเคยบอกว่าการเสี่ยงดวงกับ BITCOIN นั้นให้ไปเสี่ยงดวงกับ PGSLOTเว็บตรง ยังมีโอกาสได้เงินเร็วมากกว่า

ส่วนราคา BITCOIN ในปัจจุบันอยู่ที่ 723,741.56 บาท ต่อ 1 BITCOIN ( ราคาในวันที่ 17/09/65 ) เมื่อลองมองย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2552 ช่วงที่มี BITCOIN ใหม่ ๆ มันมีราคาเพียง 2.67 สตางค์ ต่อ 1 BITCOIN นี่เป็นหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่า BITCOIN เติบโตขึ้นมากภายในระยะเวลา 13 ปี

ซึ่งในปัจจุบัน CRYPTOCURRENCY ได้ถูกยอมรับให้เป็น ‘ทรัพย์สินดิจิทัลรูปแบบหนึ่ง’ อย่างแพร่หลาย และไม่ได้มีเพียงสกุลเงิน BITCOIN เท่านั้น ยังมีสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะแยะมากมายอีกด้วย

ระบบ BLOCKCHAIN คืออะไร?

BLOCKCHAIN คือ ระบบโครงข่ายข้อมูล ( DATA ) ในการเก็บข้อมูลธุรกรรม ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ที่เก็บสถิติการทำธุรกรรมทางการเงิน และสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ ในอนาคตโดยไม่มีตัวกลาง หรือที่เรารู้จักกันว่า ‘การกระจายศูนย์’ ( DISTRIBUTED LEDGER TECHNOLOGY : DLT )

จึงเท่ากับว่า BLOCKCHAIN เป็นระบบโครงข่าย ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยการตัดตัวกลางอย่างสถาบันการเงินออกไป ทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมถูกลง และอาจจะส่งผลให้ สถาบันการเงินที่เป็นตัวกลางต่าง ๆ อาจไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไปในอนาคต หากเทคโนโลยี BLOCKCHAIN นี้เข้ามาแทนที่ ได้อย่างสมบูรณ์

BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY

อะไรเป็นตัวกำหนดมูลค่าของ BITCOIN ?

โดยทั่วไปแล้วสกุลเงินต่าง ๆ สามารถแบ่งลักษณะ ตัวกำหนดมูลค่าได้ 5 ข้อ

  • เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย ( Widely Accepted )
  • หายาก ( SCARCE )
  • พกพาง่าย ( EASY PORTABILITY )
  • ปลอมแปลงยาก ( DIFFICULT TO COUNTERFEIT )
  • ทนทาน ( DURABLE )

โดยทั้ง 5 ข้อนี้สามารถทำให้สกุลเงินเหล่านั้น มาใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ แต่นั่นเป็นเพียงสกุลเงินทั่วไปเท่านั้น เพราะ BITCOIN ตัวกำหนดมูลค่าของมันคือ ‘จำนวนที่จำกัด’ ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเหมือนผู้ขายมีกระเป๋าอยู่ 10 ใบ แต่มีผู้บริโภคที่อยากได้อยู่ 100 คน พวกเขาก็ต้องแข็งขันกันประมูลกระเป๋าเหล่านั้น ใครที่ให้มูลค่ามันมากที่สุด 10 คนแรกก็ได้ไป BITCOIN เอง ก็เป็นแบบนั้น

ซึ่งในปัจจุบัน BITCOIN มีจำนวนเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น และยังถูกใช้เป็นเงินหมุนเวียนไปแล้วถึง 19 ล้านเหรียญ ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของใครหลาย ๆ คนในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงนักลงทุนเท่านั้นที่อยากจะถือเหรียญ BITCOIN แต่ในกลุ่มคนธรรมดาทั่วไป ก็อยากจะครอบครองมันเช่นกัน

BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY

ประโยชน์ของการใช้ CRYPTOCURRENCY

  • ทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว
  • มีต้นทุนในการทำธุรกรรมต่ำ
  • มีความปลอดภัยสูง และมีความเป็นส่วนตัว
  • มีความโปร่งใส และเป็นกลาง
  • ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ
  • สามารถใช้แลกเปลี่ยน และซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประเภทของ CRYPTOCURRENCY

โดยปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

  1. กลุ่มรักษามูลค่า (STORE OF VALUE)

เป็นเหรียญที่สามารถเพิ่มกำลังซื้อได้เมื่อเวลาผ่านไป และมีอย่างจำกัด ซึ่ง BITCOIN อยู่ในกลุ่มนี้

  1. กลุ่มสัญญาอัจฉริยะ (SMART CONTRACT)

เป็นเหรียญที่ใช้ สัญญาอัจฉริยะ บนระบบ BLOCKCHAIN ช่วยให้พัฒนาสามารถสร้าง DEFI หรือแอปแบบกระจายศูนย์ได้

  1. กลุ่มเสถียรภาพ (STABLECOIN)

เป็นกลุ่มที่ทำให้เหรียญมีความเสถียรภาพมากขึ้น โดยอ้างอิงจากทรัพย์สินจริงเช่น สกุลเงิน, สินค้า และอื่น ๆ เป็นต้น

  1. กลุ่ม DEFI (DECENTRALIZED FINANCE) หรือ TOKEN

เป็นเหรียญที่ใช้กับ BLOCKCHAIN ที่มีผู้ออกแบบ และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

  1. กลุ่มส่งต่อมูลค่า (VALUE TRANSFER)

เป็นกลุ่มที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ เน้นความรวดเร็วในการใช้งานเพื่อส่งต่อมูลค่าผ่านทางอินเตอร์เน็ต

  1. กลุ่ม GAMEFI

เหรียญที่นำมาใช้ในเกม หรือโลกเสมือนจริง ( METAVERSRSE ) โดยเฉพาะ

  1. กลุ่มเหรียญล้อเลียนหรือเหรียญมีม (MEME COINS)

เป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก มีม หรือ ภาพล้อเลียนที่เป็นกระแสบนโลกออนไลน์

การใช้ CRYPTOCURRENCY ในชีวิตจริง

ในเมื่อกระแสของ BITCOIN มีเสียงตอบรับไปในทางที่ดีมาก ๆ ผู้ประกอบการหลาย ๆ กิจการก็ได้ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์อย่างรวดเร็ว มีการเปิดให้ใช้ BITCOIN ชำระค่าสินค้า และบริการกันมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

  • EXPEDIA ผู้ให้บริการด้านจองโรงแรม และตั๋วเครื่องบิน เปิดให้ผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าบริการผ่าน BITCOIN ได้ นอกนั้นยังสามารถใช้ชำระค่าบริการเสริมอื่น ๆ ได้อีกด้วย
  • RAKUTEN ผู้ให้บริการด้าน E-COMMERCE เจ้าใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ก็เปิดให้ชำระค่าสินค้าและบริการด้วย BITCOIN และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ผ่านทาง RAKUTEN PAY
  • THE MALL แน่นอนว่าในประเทศไทยก็ได้มีห้างสรรพสินค้า ที่ได้เปิดให้แลกเป็นสินค้า หรือบัตรกำนันด้วย BITCOIN และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อีก 6 รายการได้แก่ TETHER, ETHEREUM, STELLAR, XRP, BITKUB COIN และ JFIN COIN เช่นกัน

และในปี 2021 ที่ผ่านมา TESLA บริษัทผู้ผลิต และจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้า ได้ออกมาประกาศว่าสามารถใช้ BITCOIN ในการชำระค่ารถยนต์ไฟฟ้าได้ แต่เพียงไม่นานก็ต้องยกเลิกไปเพราะ อีลอน มัสก์ ( ELON MUSK ) ได้ออกมาพูดในประเด็นของสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเด็นที่ BITCOIN มีอยู่อย่างจำกัด นั่นเอง

BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY

แล้วจะหาเงินจาก BITCOIN อย่างไร?

ถือเหรียญ BITCOIN ไว้ในระยะยาว โดยจะต้องสามารถถือเหรียญได้มากกว่า 5 ปีขึ้นไป ไม่ว่าราคาตลาดจะเป็นแบบไหน ก็จะไม่ขายมันเด็ดขาด และไปหาช่วงเวลาพีค ๆ สำหรับการขายมันออกไปทีเดียวในอนาคต

การขุดเหรียญ สำหรับใครที่อยากลองขุดเหรียญสิ่งที่ต้องมีเลยก็คือ สเปคเครื่องคอมดี ๆ สักเครื่อง และเงินที่จะจ่ายค่าไฟ เพราะการขุด BITCOIN จะต้องเปิดเครื่องที่ใช้ขุดตลอดเวลา แน่นอนว่าวิธีนี้มีความเสี่ยงสูงในเรื่องของการขาดทุนเป็นอย่างมาก เพราะไม่อาจรู้ได้เลยว่าเมื่อขุดแล้วได้ BITCOIN มา จะคุ้มกับค่าไฟที่เสียไปรึเปล่า

ซึ่งมันก็เหมือนการเสี่ยงดวงกับ สล็อตPGแท้ นั่นแหละ ที่ไม่รู้ว่าเมื่อเราลงเงินไป เราจะมีดวงมากพอที่จะชนะเกมนั้นได้รึเปล่า บางที่อาจจะได้โบนัสก้อนใหญ่ แต่บางทีก็อาจจะขาดทุนได้เหมือนกัน

การเทรด แน่นอนว่าใครที่หวังการสร้างกำไรในระยะสั้น ๆ จาก BITCOIN ต้องชื่นชอบวิธีนี้อย่างแน่นอน เพราะจะใช้ความผันผวนของมูลค่า BITCOIN ในการเทรด สามารถเลือกระยะเวลาในการเทรดได้ว่าจะเป็น DAY TRADE หรือ SWING TRADE นั่นเอง การเทรดแบบนี้จะช่วยให้คุณสร้างกำไรได้แบบวันต่อวันเลยทีเดียว แต่หากช่วงไหนมูลค่าของ BITCOIN ลงมาก ๆ คุณอาจจะต้องค้นหาวิธีการใหม่ ๆ มาทำกำไรแล้วล่ะ

BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY

บทสรุป

สรุปแล้ว BITCOIN และ CRYPTOCURRENCY สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่อาจมีข้อจำกัดบางประการในการใช้ที่ยังทำให้ใช้ไม่สะดวกมากนัก และยังมีจำนวนจำกัดในการใช้อยู่อีกมาก

แต่ในอนาคตหากผู้คนยังคงขุด BITCOIN กันมากขึ้น หรือพัฒนาให้การหา BITCOIN นั้นง่ายกว่าเดิม ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาระบบ BLOCKCHAIN ให้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นก็อาจมีคนหันมาใช้ BITCOIN กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุน ในรูปแบบไหนต้องมีสติให้มาก เพราะทุกการลงทุนมักมีความเสียงพ่วงมาด้วยเสมอ หากเสียไปแล้วอย่าคิดจะอยากเอาชนะ หรือเอาคืนเด็ดขาด เพราะยิ่งคุณอยากเอาชนะ คุณจะยิ่งโถมเงินลงไปกับมันจนมากเกินไป จนคุณสูญเสียทุนมากกว่าที่ควรนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

finnomena.com

trinitythai.com

BITCOIN และจุดเริ่มต้นของ CRYPTOCURRENCY
ALLWIN-SLOT
ALLWIN-SLOT

PG SLOT เว็บตรง ผู้ให้บริการเกมสล็อตออนไลน์ แตกง่าย จ่ายจริง เว็บสล็อตออนไลน์ที่ดีที่สุด 2022 สมัครสมาชิกรับโปรโมชั่นสุดคุ้ม มีเกมสล็อตให้เลือกเล่นมากกว่า 10,000 เกม มากที่สุดในโลก

RECENT POSTS

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ