เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก

เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก
สารบัญบทความ

วอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนรายใหญ่ในอเมริกา ถูกขนานนามว่า ‘พ่อมด’ ผู้รันวงการการลงทุน เขามักมองหุ้นการลงทุนได้อย่างเฉียบขาดและแม่นยำ อะไรกันแน่ที่ทำให้เขาได้ก้าวมาเป็นแนวหน้าของนักลงทุนระดับโลก

เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก

ประวัติของพ่อมดวอร์เรน บัฟเฟต

วอร์เรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟต ( WARREN EDWARD BUFFETT ) เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1930 ที่เมืองโอมาฮา ( OMAHA ) รัฐเนแบรสกา ( NEBRASKA ) ประเทศสหรัฐอเมริกา วอร์เรนเป็นทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ใจบุญชาวอเมริกันอีกด้วย

โดย วอร์เรน เป็น CEO ของบริษัทเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ( BERKSHIRE HATHAWAY ) เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน ‘นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก’ โดยมีทรัพย์ทะลุเกิน 100,000,000,000 เหรียญ ( ราว 3,678,000,000,000 บาท ) ทำให้เขาติดอันดับ 5 ของบุคคลที่รวยที่สุดในโลก

เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก

ในปี ค.ศ. 1941

เขาได้ลองซื้อหุ้นตัวแรกในชีวิต ซึ่งมันเป็นหุ้นของ CITY SERVICE ราคาของมันอยู่ที่ 38 เหรียญ ตอนนั้นเขาได้ใช้เงินเก็บของตัวเองร่วมกับพี่สาวในการซื้อ ต่อมาหุ้นราคาตกลงไปอยู่ที่ 27 เหรียญ วอร์เรนรอคอยมันอย่างไม่ยอมแพ้ และเมื่อหุ้นดีดราคาขึ้นมา 40 เหรียญ เขาจึงรีบกดขายทันที ถือว่าเป็นกำไรก้อนแรกที่เขาสร้างได้ด้วยตัวเอง แม่ภายหลังจากนั้นไม่นาน หุ้นของ CITY SERVICE จะดีดขึ้นมาจนเกือบ 200 เหรียญ ทำให้เขาเสียดายเป็นอย่างมาก

ในปี ค.ศ. 1942

ครอบครัวของเขาได้ย้ายไปที่ รัฐเวอร์จิเนีย ( VIRGINIA ) เพราะพ่อของเขาได้รับการเลือกตั้ง วอร์เรนได้เข้าเรียนที่ WOODROW WILSON กรุงวอชิงตันดีซี ( WASHINGTON, D.C. ) ช่วงมัธยมปลาย เขาได้ชวนเพื่อนมาลงทุน ซื้อตู้พินบอลในราคา 25 เหรียญ เพื่อนำไปตั้งในร้านตัดผม และแบ่งรายได้กับร้าน

ไม่กี่เดือนต่อมาวอร์เรนก็ได้ขยายกิจการ เขาวางตู้พินบอลในร้านตัดผม 3 แห่งในเมืองโอมาฮา ต่อมากิจการนี้ถูกขายต่อให้กับทหารผ่านศึกคนหนึ่งในราคา 1,200 เหรียญ

ในปี ค.ศ. 1948

วอร์เรน เริ่มเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย THE UNIVERSITY OF PENNSYLVANIA หลังจากถูกปฏิเสธจาก HARVARD เขาลงเรียนด้านธุรกิจอยู่ 2 ปี หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปเรียนที่ THE UNIVERSITY OF NEBRASKA ต่อจนจบ

ในปี ค.ศ. 1951

เขาได้จบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก COLUMBIA BUSINESS SCHOOL และเป็นที่นี่เองที่วอร์เรน ได้เจอกับ เบนจามิน เกรแฮม ( BENJAMIN GRAHAM ) ต้นแบบด้านการลงทุนของเขา ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่นี่ หลังจากจบการศึกษาวอร์เรน ได้ไปทำงานเป็นโบรคเกอร์อยู่ 3 ปี สุดท้ายเขาตัดสินใจไปทำงานเป็นนักวิเคราะห์ ร่วมกับเบนจามินเป็นเวลา 2 ปี

ในปี ค.ศ. 1965

วอร์เรน ได้กว้านซื้อสะสมหุ้น BERKSHIRE HATHAWAY ( BRK ) เพราะมันมีราคาที่ต่ำมากในขณะนั้น และเขาคาดไว้ว่าผู้บริหารจะมาซื้อหุ้นคืน แต่น่าเสียดายที่ผู้บริหารกลับซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าที่บอก เขาเลยตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่ม จนได้เป็นเจ้าของกิจการเสียเอง

ในปี ค.ศ. 1969

วอร์เรน ได้เริ่มใช้นาม BRK ซื้อหุ้นเพื่อลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์, ธุรกิจน้ำมัน, PGSLOTเว็บตรง หรือ บริษัทประกัน เป็นต้น เขาสร้างรายได้จากการลงทุนได้อย่างมหาศาล จนผู้คนขนานนามเขาว่าเป็น ‘นักปราชญ์แห่งโอมาฮ่า’

ในปี ค.ศ. 1989

วอร์เรน ได้ซื้อหุ้นของ โคคา-โคล่า ( COCA-COLA ) เครื่องดื่มอัดลมยี่ห้องดังในจำนวนมาก จนเขาได้นั่งแท่นเป็นคณะกรรมการบริษัท

ในปี ค.ศ. 2006

เขาได้บริจาคการกุศล โดยใช้รายได้ความมั่งคั่ง 85 % ของตัวเอง ทำให้เขากลายเป็นผู้บริจาคที่มีมูลค่ามากที่สุด ในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา

ในปี ค.ศ. 2006

ในปีนี้ วอร์เรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟต ( WARREN EDWARD BUFFETT ) ชื่อของเขาได้กลายเป็น บุคคลที่มีความมั่งคั่งที่สุดในโลก อันดับ 1

ในปี ค.ศ. 2017 จนถึงปัจจุบัน

วอร์เรน ได้ประกาศกับสาธารณะชนว่า “ผมจะลงทุนไปจนวันสุดท้ายของชีวิต” และยังคงนั่งแท่นเจ้าของกิจการ ผู้บริหารสูงสุดของ BRK ไว้ตามเดิม

เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก

วอร์เรน กับแนวคิดปรัชญาการลงทุน

วอร์เรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟต ( WARREN EDWARD BUFFETT ) ในตอนที่เรียนปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัย COLUMBIA BUSINESS SCHOOL อยู่นั้น วอร์เรนได้ศึกษาถึงปรัชญาการลงทุนจาก เบนจามิน เกรแฮม หลังจากนั้นก็นำปรัชญาการลงทุนจาก ฟิลิป ฟิชเชอร์ มาปรับเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นปรัชญาการลงทุน ในแบบของเขาเอง

วอร์เรน ใช้เทคนิคการดูคุณค่าของหุ้น ที่มั่นคงในระยะยาว มากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น ๆ เขามักจะมองว่า ถ้าหากซื้อหุ้นตอนนี้แล้วตลาดหุ้นปิดไปอีก 5 ปี เขายังได้กำไรจากมันอยู่หรือไม่ หากไม่เขาก็จะไม่ซื้อมัน แม้หุ้นตัวนั้นจะราคาดีสุด ๆ ในตอนนั้นก็ตาม เขายังบอกอีกว่านักลงทุนที่ดีควรมี 3 ข้อนี้

  • ความซื่อสัตย์ ( INTEGRITY )
  • ความฉลาด ( INTELLIGENCE )
  • ความขยัน ( DILIGENCE )

ปรัชญาการลงทุนที่โด่งดัง

  1. ผลงานที่มีประสิทธิภาพ มักเกิดจากความเรียบง่าย
  2. กำไรในวันนี้ไม่ได้เกิดจากเมื่อวาน
  3. ให้คิดตลอดว่าเรากำลังจะเป็นเศรษฐี อย่าลังเลแม้วินาทีเดียว
  4. หากคุณซื้อแต่ของไม่จำเป็น สักวันคุณจะต้องขายของจำเป็น
  5. ถ้าไม่กล้าที่จะพลาด คุณจะไม่มีวันที่ตัดสินใจได้ดี
  6. ราคาคือสิ่งที่จ่าย คุณค่าคือสิ่งที่จะได้รับ
  7. ความไม่แน่นอน คือเพื่อแท้ของนักลงทุนระยะยาว
  8. จงกลัวในยามที่ผู้คนโลภ และโลภในยามที่ผู้คนกลัว
  9. แม้คุณจะมีความรู้สึกกับหุ้น แต่หุ้นไม่มีความรู้สึกกับคุณ
  10. การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนที่ตัวคุณเอง

กฎในการลงทุน คือ อย่าขาดทุน

อะไรคือการ ‘อย่าขาดทุน’ ในความหมายของวอร์เรน เขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ กฎแรกในการลงทุนคือ อย่าขาดทุน และข้อสองคือให้ย้อนกลับไปดูข้อแรก นี่ก็คือกฎสำคัญของเกมการลงทุนนี้ ”

เขากำลังจะชี้ให้เห็นว่า หากคุณกำลังจะเริ่มต้นในช่วงแรก ให้ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าของมัน และให้คุณซื้อหุ้นแบบนี้พร้อมกันหลาย ๆ ตัว PORTFOLIO คุณจะไม่ขาดทุน ซึ่งมันเป็นการลงทุนเชิงปริมาณตามหลักสถิตินั่นเอง

พ่อมดนักลงทุน กับความคิดเห็นเกี่ยวกับบิตคอยน์

แน่นอนว่าการลงทุน บิตคอยน์ ( BITCOIN ) เป็นกระแสที่พึ่งมาแรงในช่วงปี ค.ศ. 2019-2022 นี้ แล้วพ่อมดนักลงทุนอย่าง วอร์เรน จะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

น่าเสียดายที่วอร์เรนไม่อินไปกับกระแส เขาค่อนข้างที่จะเกลียดมันด้วยซ้ำ เขาเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณบอกผมว่าคุณเป็นเจ้าของบิตคอยน์ทั้งโลก และเสนอขายให้ผมทั้งหมดในราคา 25 เหรียญ ( ราว 850 บาท ) ผมก็ไม่เอาหรอก มันผลิตอะไรไม่ได้เลย”

บิตคอยน์ ไม่สมควรต่อการลงทุน

วอร์เรน ออกมาประกาศย้ำอีกว่า บิตคอยน์ มันไม่ได้ให้อะไรกับเรา ไม่ได้สร้างผลผลิตให้มันไม่มีค่า หากจะต้องเอาเงินไปซื้อมัน สู้ซื้อที่ดินเพื่อทำการเกษตร หรือทำอพาร์ทเม้นรวมถึงลงทุนใน สล็อตPGแท้ ยังเสียดีกว่า วอร์เรนคิดว่า บิตคอยน์ เป็นสิ่งที่งี่เง่าที่สุดที่เขาเคยเจอมาในสังคมการลงทุน เขาบอกว่าสุดท้ายแล้วมันจะไม่มีค่าอะไรเลย

แถมยังกล่าวว่าที่อุตสาหกรรม คริปโตเคอร์เรนซี ( CRYPTO CURRENCY ) และบิตคอยน์เติบโตจนมีราคาพุ่งสูงได้นั้น เพราะมีใครบางคนคอยเกร็งกำไรไว้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐอเมริการีบแบนพวกมันทิ้งซะ ถึงบิตคอยน์ จะมีวัตถุประสงค์หลักในการชำระแทนเงินสด แต่การนำมาใช้งานจริงนั้นกลับค่อนข้างยุ่งยาก และจำกัด

เขามองว่าหากคุณอยากลงทุนอะไรที่เป็นระยะยาว คุณลงทุนกับหุ้นเสียดีกว่ามันมีความมั่นคงมากกว่า เพียงแค่คุณเลือกบริษัทที่จะลงทุนให้ดีก็พอ

เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก

ในปัจจุบันวอร์เรนได้ถือหุ้นอะไรอยู่บ้าง

  • APPLE ถือหุ้นสัดส่วน 45% ( มูลค่าราว 7 ล้านล้านบาท )
  • BANK OF AMERICA ถือหุ้นสัดส่วน 13% ( มูลค่าราว 4 ล้านล้านบาท )
  • HEWLETT-PACKARD หรือ HP ถือหุ้นสัดส่วน 11% ( มูลค่าราว 2 แสนล้านบาท )
  • AMERICA EXPRESS ถือหุ้นสัดส่วน 8% ( มูลค่าราว 7.2 แสนล้านบาท )
  • COCA-COLA ถือหุ้นสัดส่วน 6.9% ( มูลค่าราว 8 แสนล้านบาท )
  • KRAFT HEINZ ถือหุ้นสัดส่วน 3.7% ( มูลค่าราว 3 แสนล้านบาท )
  • MOODY’S CORPORATION ถือหุ้นสัดส่วน 2.9% ( มูลค่าราว 8 แสนล้านบาท )
  • VERIZON COMMUNICATION ถือหุ้นสัดส่วน 2.7% ( มูลค่าราว 2.7 แสนล้านบาท )
  • US BANCORP ถือหุ้นสัดส่วน 2.7% ( มูลค่าราว 2.7 แสนล้านบาท )
  • BYD ถือหุ้นสัดส่วน 2.3% ( มูลค่าราว 2.3 แสนล้านบาท )
  • และอื่น ๆ อีกมากกว่า 30 บริษัท ถือหุ้นสัดส่วนโดยรวม 15.2% ( มูลค่าราว 1.5 ล้านล้านบาท )

4 ธุรกิจทองคำที่ช่วยคำจุน BRK

  • กลุ่มแรกเป็น กลุ่มธุรกิจประกัน โดย BRK จะซื้อมันแบบ 100% เพราะธุรกิจสายนี้มักมีสภาพคล่อง จากจำนวนเงินมหาศาลของลูกค้าประกันที่จ่ายกันรายเดือน แล้วเขามองว่าเงินเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดได้อย่างดีเยี่ยม
  • แน่นอนหุ้นที่เขาถือมากที่นสุด คือ APPLE จะไม่มาอยู่ใน 4 ธุรกิจก็คงแปลกไม่ใช่น้อย โดยกำไรของ APPLE นั้นมีมากมายมหาศาลเขาบอกว่า แค่นำกำไรของ APPLE ไปซื้อสัดส่วนหุ้นของ APPLE ก็ไม่ต้องไปหมุนเงินที่ไหนไกลแล้ว
  • ต่อมาเป็น ธุรกิจรถไฟขนส่ง BNSF ที่เป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ของผู้ที่ต้องการขนส่งสินค้า และยังช่วยในเรื่องของการลดมลภาวะของรถยนต์และรถบรรทุก ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าจำนวนมากอีกด้วย ยิ่งทำให้ผู้คนที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยมในอเมริกา ยิ่งหลั่งไหลเข้ามาใช้บริการนี้
  • ธุรกิจสุดท้าย คือ กลุ่มธุรกิจพลังงาน BHE ที่สร้างกำไรได้ถึง 4,000 ล้านเหรียญ ในปี ค.ศ. 2021 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันทาง BRK ถือหุ้นตัวนี้อยู่ 91% เลยทีเดียว
เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก

บทสรุป

สรุปแล้ว วอร์เรน เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟต เป็นพ่อมดตัวจริงที่เก่งทั้งเรื่องการลงทุน และการมองธุรกิจในระยะยาว เขามักจะมองที่คุณค่าของตัวธุรกิจ ว่ามันมีประโยชน์มากน้อยต่อสังคมแค่ไหน หากมันมีประโยชน์แน่นอนว่าผู้คนจะอยากจะใช้บริการ หรือบริโภคประเภทธุรกิจนั้น ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ

นั่นเป็นเพียงผลพลอยได้ จากการถือหุ้นในระยะยาวความจริงแล้ว เขามักจะชอบมองการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจนั้น ๆ โดยการอยู่เบื้องหลังมากกว่า

อย่างไรก็ตามวอร์เรน ยังตัดสินใจจะเดินทางในเส้นทางของนักลงทุนต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงในวันที่เขาหมดลมหายใจ เขาไม่ได้ห่วงในเรื่องของเงินทอง หรือความรวย ความมั่งคั่งอะไร แต่เพียงเขาตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เริ่มต้นลงทุนอะไรใหม่ ๆ เพียงเท่านั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

finnomena.com

beartai.com

thansettakij.com

เปิดประวัติ วอร์เรน บัฟเฟต ช่างผู้เป็นดั่งพ่อมดแห่งวงการตลาดหุ้นทั่วโลก
ALLWIN-SLOT
ALLWIN-SLOT

PG SLOT เว็บตรง ผู้ให้บริการเกมสล็อตออนไลน์ แตกง่าย จ่ายจริง เว็บสล็อตออนไลน์ที่ดีที่สุด 2022 สมัครสมาชิกรับโปรโมชั่นสุดคุ้ม มีเกมสล็อตให้เลือกเล่นมากกว่า 10,000 เกม มากที่สุดในโลก

RECENT POSTS

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ